ศัลยกรรม เสริมจมูก I ทำจมูก I เสริมดั้ง ศัลยกรรม เสริมหน้าอก I ทำนม I เพิ่มขนาด ศัลยกรรม ทำตาสองชั้น I ทำตา 2 ชั้น I ทำตาเกาหลี แกลลอรี ศัลยกรรม I ดาราศัลยกรรม I ก่อน ศัลยกรรม ศัลยกรรม เกาหลี โรงพยาบาลยันฮี โรงพยาบาลบางมด ศัลยกรรมดาราเกาหลี ศัลยกรรม ก่อนหลัง รูปดาราศัลยกรรม ดูดไขมัน โรงพยาบาลศัลยกรรม เสริมอก เสริมคาง ศัลยกรรมปาก ศัลยกรรมใบหน้า ศัลยกรรมความงาม คลีนิคศัลยกรรม ทำศัลยกรรม ศัลยกรรมตกแต่ง
  

+ ยันฮีทุ่มงบ 400 ล้านสร้างตึกใหม่ปั้นหมอมือดี

ตั้งเป้าผลประกอบการในช่วงสิ้นปีนี้น่าจะเติบโต 5-7% โดยในส่วนของตลาดรวมทางด้านศัลยกรรมปี 2553 น่าจะโตขึ้นอีก 10%

นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โรงพยาบาลยันฮี กล่าวว่า ในปีนี้ทางโรงพยาบาลได้ทุ่มงบประมาณกว่า 400 ล้านบาทในการจัดสร้างตึกสำหรับรองรับผู้ป่วยเพิ่มอีก 1 ตึก ซึ่งสามารถรองรับคนไข้ได้ถึง 200 คน คาดว่าจะแล้วเสร็จในช่วงกลางปี 2554  ขณะที่ผลประกอบการในช่วงครึ่งปี 2553 ที่ผ่านมานี้ไม่ดีเท่าที่ควร เนื่องจากเกิดปัญหาวิกฤติทางด้านการเมือง แต่ภายหลังจากปัญหาดังกล่าวผ่านพ้นไป ผลประกอบการเริ่มดีขึ้นประมาณ 5-10% ดังนั้นจึงตั้งเป้าในช่วงสิ้นปีนี้น่าจะเติบโต 5-7% และในส่วนของตลาดรวมทางด้านศัลยกรรมปีนี้น่าจะโตขึ้นอีก 10%

ทั้งนี้ นพ.สุพจน์  กล่าวว่า ทาง โรงพยาบาลมีสัดส่วนลูกค้าเป็นชาวไทยถึง 80% ส่วนชาวต่างชาติมีเพียง 20% ซึ่งลูกค้าที่นิยมมาทำศัลยกรรมที่โรงพยาบาลมากที่สุด แบ่งสัดส่วนออกเป็น คนวัยทำงาน 50% ผู้สูงอายุ 30% และวัยรุ่น 20% โดยในอนาคตลูกค้ากลุ่มวัยรุ่นน่าจะเพิ่มขึ้น อีก 10%

สำหรับแผนการเพิ่มจำนวนลูกค้าในกลุ่มวัยรุ่นนั้น นพ.สุพจน์  กล่าวว่า พยายาม ค้นหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาให้บริการ อาทิ เลเซอร์รักษาผิวหนัง และเครื่องมือต่าง ๆ ที่จะสามารถทำให้ผู้หญิงสวยขึ้น โดยลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการแผนกศัลยกรรมส่วนใหญ่จะนิยมมาทำศัลยกรรมจมูก ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 9,900 บาท ซึ่งสัดส่วนการทำศัลยกรรมนั้น แบ่งเป็น เสริมจมูก 60% ทำตา 20% เสริมหน้าอก 10% และอีก 10% เป็นการศัลยกรรมส่วนอื่น ๆ ทั่วไป

อย่างไรก็ตามชาวต่างชาติที่นิยมมาทำศัลยกรรมที่ประเทศไทยเป็นอันดับหนึ่งยัง คงเป็นชาวเกาหลี รองลงมาเป็นญี่ปุ่น สิงค์โปร์  ไต้หวัน จีน พม่า  ยุโรป อเมริกา อังกฤษ เป็นต้น โดยชาวเอเชียส่วนใหญ่จะนิยมมาเสริมจมูก ส่วนชาวยุโรปมักดูดไขมัน กับลดขนาดหน้าอก ขณะที่ในปี 2554 ทางโรงพยาบาลมีแผนเพิ่มลูกค้าชาวต่างชาติ ด้วยการเดินทางไปโรดโชว์ตามประเทศต่างๆ พร้อมลงสื่อโฆษณาในประเทศนั้นๆ ด้วย

โดย  นพ.สุพจน์  กล่าวว่า ใน ปัจจุบันนี้ประชาชนชาวไทยมีการศัลยกรรมเพิ่มมากขึ้น เนื่องจาก ได้รับอิทธิพลมาจากประเทศเกาหลี  ประกอบกับเมืองไทยเองมีการตกแต่งศัลยกรรมที่มีราคาถูก  ดังนั้นทางโรงพยาบาลจึงเร่งประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนเข้าใจว่า การทำศัลยกรรมเป็นเรื่องปกติและยังเป็นการกระตุ้นให้ผู้บริโภคทราบว่าวงการ แพทย์มีวิวัฒนาการทางด้านศัลยกรรมที่ก้าวหน้ามาก อาทิเช่น กรณีของด.ญ.ณธิดา ไชยสิทธิ์ เด็กสาวที่ถูกน้ำกรดระเบิดเข้าหน้าเสียโฉม เมื่อปี 2549 ในเวลานี้ทางโรงพยาบาลได้ผ่าตัดเปลี่ยนใบหน้าโดยแพทย์ศัลยกรรมตกแต่งมือดี เปลี่ยนหน้าให้เด็กสาวสำเร็จ สามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปกติสุข 

 

ขอบคุณข่าวจาก  http://www.siamrath.co.th 

วันที่โพสต์ : 22-12-2010