





เสริมจมูก
- เป็นการผ่าตัดตกแต่งโครงสร้างของจมูกให้เข้ากับรูปหน้า
- วัสดุที่ใช้ได้แก่ กระดูกซี่โครงของคนไข้เอง ซีลิโคน ซึ่งในการทำศัลยกรรมความงาม ซีลิโคนจะถูกเลือกใช้เป็นอันดับแรก
- เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการให้ตัวเองดูดีขึ้น เพิ่มความมั่นใจในตนเองมากขึ้นโดยมีสุขภาพกายและใจอยู่ใน สภาวะปกติ
การวางยาสลบ
- อาจใช้ยาชาเฉพาะที่ หรือวางยาสลบก็ได้
การผ่าตัด
- ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง โดยที่บาดแผลซ่อนอยู่ภายในรูจมูก
หลังผ่าตัด
- ใบหน้าจะบวมประมาณ 3 วัน และจะยุบบวมเกือบหมดภายใน 7 - 10 วัน เหลือบริเวณดั้งจมูกจะบวมนาน ประมาณ 2 - 3 สัปดาห์
การรักษา
- นอนศรีษะสูง
- ประคบน้ำแข็ง 24 ชั่วโมงแรกหลังผ่าตัด
- อาจมีเลือดออกได้เล็กน้อย แต่ถ้าออกมากผิดปกติให้รีบติดต่อแพทย์ของท่าน
- หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่เสี่ยงต่อการกระแทกประมาณ 3 สัปดาห์ เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ชกมวย
ภาวะแทรกซ้อน
- การติดเชื้อ
- เลือดออก
จมูกนับเป็นอวัยวะที่สำคัญที่สุด ที่จะช่วยเสริมสร้างให้รูปหน้าโดยรวมมีความโดดเด่น และสวยงาม
การทำศัลยกรรมจมูก โดย ทั่วๆไป สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
1. ศัลยกรรมเสริมจมูก : เป็นการเสริมดั้งจมูกที่แบน ไม่ได้สัดส่วนให้มีความสวยงาม ซึ่งพบได้มากในคนแถบเอเชีย
2. ศัลยกรรมลดดั้งจมูก : เป็นการลดสัดส่วนดั้งจมูกให้มีความ สวยงาม ทั้งในส่วนที่เป็นกระดูก และ กระดูกอ่อนที่โด่ง มากเกินไป ซึ่งพบได้มากในคนแถบยุโรป อินเดีย และ ตะวันออกกลาง
การเสริมจมูกมีวิธีการอย่างไร?
การผ่าตัดเสริมจมูก การเสริมจมูกจะเริ่มต้นโดยลงใบมีดเปิดผิวหนังที่บริเวณภายในรูจมูก ตามด้วยการใช้เครื่องมือเปิดช่องเล็กๆบริเวณส่วนดั้งจมูกเพื่อรองรับ ซิลิโคนระดับที่ใช้ในทางการแพทย์ โดยจะมีการปรับตกแต่งรูปทรงของซิลิโคนให้เหมาะสม และเป็นธรรมชาติ กับรูปหน้าในแต่ละบุคคล จากนั้นจึงเย็บปิดบาดแผลที่ซ่อนอยู่ภายในรูจมูก
มีวิธีการเสริมจมูกอย่างไรที่สามารถปรับแต่งให้รูปจมูกมีความสวยงาม?
- การตัดแต่งปีกจมูกเป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่จะช่วยตกแต่งรูจมูกที่กว้างให้มีความสวยงามได้
ใช้เวลาในการผ่าตัดนานเท่าไร?
- ประมาณ 30 นาที โดยใช้การฉีดยาชาเฉพาะที่
มีคำแนะนำอย่างไรหลังทำการผ่าตัด?
- ควรประคบความเย็นในช่วง 2 วันแรก รับประทานยาที่ได้รับหลังจากการผ่าตัดให้ครบ มาพบแพทย์ตามนัดหลังผ่าตัด 5 -7 วัน เพื่อติดตามผล และ ตัดไหม จมูกจะเริ่มเข้ารูปทรงสวยงามภายใน 2 อาทิตย์หลังการผ่าตัดเสริมจมูก
ศัลยกรรมตกแต่ง แก้ไขจมูกที่เสริมมาด้วย ePTFE
ข้อดีของePTFEคือ
1. เข้าได้กับเนื้อเยื่อมนุษย์ได้ดีมาก
2. ไม่มีCapsular contractureหรือพังผืดหดรัด (ตำราฝรั่งกล่าวไว้)
3. วัสดุมีความพรุน(Porosity) ทำให้กลืนเป็นเนื้อเดียวกับร่างกายได้
4. ไม่ไหลย้อยไปที่อื่น
ข้อเสียของePTFEคือ
1. ถ้ามีปัญหา แก้ไขค่อนข้างยาก เพราะติดแน่นกับเนื้อเยื่อข้างเคียง
ในรายนี้มีปัญหาคือ
1. เกิดCapsular contractureหรือพังผืดรัดชัดมากบริเวณหัวคิ้ว ทั้งที่ตำราฝรั่งกล่าวไว้ว่าไม่เกิด
2. ปลายจมูกงุ้มมากเกินไป
จึงได้ผ่าตัดแก้ไขโดย
1. เปลี่ยนเป็น Silicone (Implant Grade) แต่กว่าจะเลาะอันเก่าออกได้ เหงื่อไหลเป็นทาง
2. ลดปลายจมูกลง (Nasal tip & Columellar plasty)
สถานที่ผ่าตัด: โรงพยาบาล
วิสัญญี: ยานอนหลับชนิดฉีด+ยาชาเฉพาะที่
เวลาผ่าตัด: 1.30 ชั่วโมง
ความเห็นส่วนตัวคือ ePTFE กับ เสริมจมูก นั้นดี แต่ถ้ามีปัญหาแก้ไขยากมาก ส่วนตัวผมจะใช้Siliconeเกรดที่ดีที่สุดซึ่งดีไม่แตกต่างกันกับePTFE ที่สำคัญคือ
1. ถ้ามีปัญหา สามารถแก้ไข้ได้ง่ายกว่าเยอะเลยครับ
2. ปลายจมูกที่ทำด้วยSiliconeสามารถทำให้นิ่มได้เป็นธรรมชาติ โดยที่ePTFEไม่สามารถ
ทำได้ ตามตัวอย่างนี้ http://www.youtube.com/watch?v=uqXqEe2oPKA&feature=player_embedded
ข้อดีของการใช้ซิลิโคนแบบนิ่มเพื่อเสริมจมูก
ช่วงนี้ ฮิตทำจมูกโดยใช้ซิลิโคนแบบนิ่มกันอย่างมาก
ข้อดีอย่างที่เห็นคือ
1. เป็นธรรมชาติ
2. ปลายขยับได้
3. โอกาสทะลุยากมาก
ที่สำคัญคือซิลิโคนที่ใช้ต้องเป็น Implant grade เท่านั้นนะครับ

